วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

คนกระจอก

นกกระจอกยังบินออกไปหากิน
ผกโผผินดิ้นรนเพื่ออาหาร
เป็นนกน้อยยังคอยสู้ไม่อู้งาน
มุ่งหน้าผ่านอุปสรรคสิ่งนานา

คนกระจอกมันไม่ออกหาอาหาร
คอยแต่พาลโทษดินฟ้าวาสนา
คนกระจอกงอกความง่อยเสียเวลา
ไม่คุ้มค่าน่าอายนกรันทดใจ

วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2558

ในคืนที่นอนไม่หลับ

ดึกแล้วนะคืนนี้
สิบนาทีจะตีสอง
สายตายังจับจ้อง
มองจอใจระคน

พลิกตัวอยู่ไปมา
เผชิญหน้าความสับสน
ครุ่นคิดจิตกังวล
วกวนในใจตัว

หลับตาก็มืดตื๋อ
หรี่ตาปรือแสงสลัว
แว้บคิดก็นึกกลัว
กลัวตัวจะลอยใจ

ควานหาเจ้ามือถือ
ยามนี้คือมิตรสหาย
ไอคอนมีเรียงราย
เฟสบุ้ค-ไลน์คือคลายเหงา

เลือกไลน์ไอคอนเขียว
หวังอย่างเดียวคุยกับเขา
สติ๊กเกอร์ดูลาดเลา
ให้รู้เรายังไม่นอน

เฟสบุ้คปลุกชีวิต
ข่าวรอบทิศแชร์สลอน
อ่านวนจนลืมนอน
รู้ตัวตอนค่อนตีสาม

ดึกแล้วนะคืนนี้
ห้านาทีจะตีสาม
ตาแจ้งแข่งกับยาม
พยายามเพื่ออะไร?

ทำไมจึงนอนดึก
คงยังนึกและสงสัย
ตกลงว่าทำไม
ใจหนอใจจึงไม่นอน

สมองก็อยากพัก
เปลือกตาหนักอยากพักผ่อน
หัวใจไม่ยอมนอน
มันคอยอ้อนให้ลืมตา

เฟสบุ้คหรือว่าไลน์
เพื่อนอยู่ไหนคอยตามหา
ไร้เสียงตอบกลับมา
.....
หรือว่านอนกันหมดแล้ว...

วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2558

กล้วยปิ้ง

จากหน่อน้อยค่อยโตเป็นต้นใหญ่
แตกยอดใบแผ่พองตองสีเขียว
ผลิปลีดอกออกเครือเกื้อกลมเกลียว
เป็นผลเรียวเรียก"กล้วย"ช่างสวยงาม

คัดลูกดีทีละหวีมาบ่มไว้
พอห่ามได้ใกล้เหลืองชำเลืองถาม
จะบวดต้มหรือเชื่อมฉาบก็น่าทำ
แต่ประจำคือ"ปิ้งกล้วย"ด้วยคุ้นเคย

เตรียมเตาถ่านพอระอุโรยขี้เถ้า
กล้วยของเราปอกเปลือกเลือกสวยสวย
หั่นเป็นชิ้นเสียบเป็นไม้ไว้อำนวย
คอยหมุนช่วยหมั่นพลิกกลับรับแรงไฟ

ปิ้งช้าช้ากลิ่นกล้วยก็โชยชื่น
น้ำลายกลืนรื่นใจสุดรอไหว
พอกล้วยเหลืองก็รีบจับงับทันใด
ร้อนกรุ่นในไออุ่นกล้วยช่วยครื้นเครง

ชิมสักชิ้นก็เอ่ยชมว่าสมจิตร
ชวนเพื่อนมิตรมากินกันสุขหรรษา
เสาร์อาทิตย์คิดปิ้งกล้วยรวยมิตรา
ครอบครัวพาครึ้มใจใกล้ชิดกัน

คุณหลานปิ้งคุณยายช่วยทำน้ำชุบ
น้ำตาลทุบเคี่ยวข้นกระทิคั้น
ปิ้งกล้วยสุกทับให้สวยคอยช่วยกัน
แล้วแบ่งปันให้ทั่วบ้านถึงปากซอย

เรามีสุขเพราะทรัพย์ใหญ่ใช่แน่หรือ
มีมือถืออินเทอร์เน็ตไว้ใช้สอย
มีเพื่อนมากในเฟสบุ้คพันหมื่นร้อย
แต่กลับน้อยมิตรเคียงทุกข์สุขเคียงกัน.

วันพุธที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ไม่มี ไม่มี

ไม่มีพรมแดงปูกางบนทางฝัน
ไม่มีหมูหันเป็ดย่างอาหารหรู
ไม่มีเสียงโห่ก้องร้องเชิดชู
ไม่มีคู่หมู่มิตรคอยติดตาม

ไม่มีรถส่วนตัวพาไปทั่ว
ไม่มีทัวร์ต้องโดดเดี่ยวเที่ยวไต่ถาม
ไม่มีคนคอยบอกกี่โมงยาม
ไม่มีความศิวิไลซ์ใกล้เคียงกาย

มีแต่เพียงความเงียบอยู่เป็นเพื่อน
มีแต่เงื่อนความเศร้ามิห่างหาย
มีแต่เหงาโดดเดียวอย่างเดียวดาย
มีแต่กายกับใจแนบนิ่งกัน

มีเท่านี้ก็ดีเท่าไรแล้ว
มีเพียงแผ้วก็ยังดีกว่าสิ้นสูญ
มีสักเสี้ยวของชีวิตให้อาดูร
มีเป็นทุนให้เดินต่อ ก้าวย่างไป...

วันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

กอดกันจนดาวหมดฟ้า

กอดกันจนดาวหมดฟ้า

คิดถึงเธอเสมอเมื่ออยู่ไกล
คิดจนหวั่นเวลาที่ไกลกัน
คิดถึงบ้างไหมไม่ได้อยู่ใกล้
คิดถึงสุดใจไม่อยากห่างไกล

เวลาไม่เคยหยุดหมุนสักนิด
ความคิดไม่เคยปล่อยวางจางหาย
คิดถึงคิดถึงมากมาย
รอใจมาใกล้แนบกัน

เราจะกอดกันจนดาวหมดฟ้า
ตาสบตาจนกว่าตะวันฉาย
มือประสานนานเท่าจะนานได้
ขอมีเธอไว้แนบใจตลอดกาล